รายงานข่าวบอล

ม้าลาย 6 ปีติดต่อกันกับแชมป์กัลโช่เซเรียอา

เป็นเกมนัดรองสุดท้ายของกัลโช่เซเรียอา อิตาลี ที่ต้องบอกเลยว่า ปีนี้เป็นปีของม้าลาย ยูเวนตุส  ที่สามารถคว้าถ้วยสคูเด็ตโต้ นัดนี้ ยูเวนตุส เปิดบ้าน ยูเวนตุส สเตเดี้ยม ที่ต้องรับการมาเยือนของ โครโตเน ทีมในอันดับที่ 18 ที่ต้องบอกเลยว่าต้องลุ้นนัดสุดท้ายแล้วว่าจะมีสิทธิตกชั้นหรือเปล่า นัดนี้ อัลเลกรี กุนซือระดับเทพ กลับมาใช้งานบรรดาขุนพลตัวหลักที่ไม่ได้ลงสนามในชิงชนะเลิศโคปปา อิตาเลีย เมื่อกลางสัปดาห์ ที่สามารถเอาชนะได้ถึง 2-0 ลงสู่สนามอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง อย่าง บุฟฟ่อน  กองหลังมากประสบการณ์อย่าง เบเนเตีย และแนวรุกตัวเทพอย่าง ฮวน กัวดราโด้ ส่วนทางด้านทีมเยือนกุนซืออย่าง ดาวิเต้ นิโกลา จัดทัพในระบบ 4-4-2 วางแดนหน้าตัวเก่งของทีม อย่าง ฟัลซิเนลลลี่ จับคู่กับ โตเนฟ ลงมาถล่มประตู โดยมี โรห์เดนและนาลินี คอยสนับสนุนเกมในแนวรุกทางริมเส้นสองฝั่ง ออกสตาร์ทมาเพียงแค่ในนาทีที่ 12 เป็นเจ้าบ้านยูเวนตุสที่สามารถยิงขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว โดย มาริโอ มานด์คูคิซ แปเน้นๆด้วยซ้ายนะยะเผาขน ทำให้ม้าลายออกนำก่อน 1-0  มาถึงในนาทีที่ 39 ม้าลายก็มาบวกลูกสองเพื่มจากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาโดยเป็นทาง ดิบาล่า ที่บรรจงปั่นด้วยซ้ายที่เขาถนัดอย่างสวยงาม เจ้าบ้านหนีห่างออกเป็น 2-0 จบครึ่งแรก นำ 2-0  ครึ่งหลังแชมป์เก่าครองบอลบุกอย่างเดียวเลย  เดินหน้ามาถึงนาทีที่ 83 ได้ประตูที่สาม โดยดิบาล่าเปิดลูกเตะมุมมาให้อเล็กซ์ ซานโดร โหม่งเช็คคานเข้าไป สุดท้ายเกมนี้ ม้าลาย ยูเวนตุส เอาชนะ โครโตเน 3-0  ยูเวนตุสคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างสำเร็จติดต่อกัน 6 สมัย ส่วนโครโตเนต้องเดินหน้าลุ้นตกชั้นในนัดสุดท้ายของลีก

รายงานข่าวบอล

สิงห์บลูฉลองแชมป์อย่างอลังการ พร้อมอำลาแนวรับเบอร์ 26 อย่างยิ่งใหญ่

เมื่อคืนที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่าเป็นเกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก อังกฤษที่ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งนัดที่มีความมันส์อีกหนึ่งเกมเลยก็ว่า นัดนี้ที่ต้องบอกเลยว่า เชลซี ที่เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของซันเดอร์แลนด์ ทีมที่ตกชั้นไปอย่างเรียบร้อยไปแล้ว นัดนี้เจ้าถิ่นใช้บริการ จอห์น เทอร์รี่ ที่ลงสนามให้ทีมเป็นเกมสุดท้าย โดยประสานงานร่วมกับ ดาวิด ลุยซ์ และเซซาร์ อัซปิลิกวยต้า นอกนั้นแนวรุกจัดเต็มตามเช่นเคย อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า และเอแดน อาซาร์ ทางด้านแมวดำ ซันเดอร์แลนด์ มอยส์ ส่งผู้เล่นชุดหลักลงสู้แม้ว่าจะเป็นนัดสุดท้ายก็ตาม ส่ง เลสค็อตต์  ร่วมกับ จอห์น โอเชีย และบิลลี่ โจนส์  ส่วนแดนกลาง แคตเทอร์โมล  ลาร์สสัน และรอดเวลส์ ลงบัญชาการเกมในแดนกลาง ส่งกองหน้าดาวยิงอย่าง ฟาบิโอ บอรินี มอยส์ส่งมาพังประตูของเชลซี เริ่มเกมแค่ 3นาที เป็นทางด้านแมวดำซันเดอร์แลนด์สร้างเซอร์ไพรส์ ยิงขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว เป็นทางด้าน ฆาบี มานกีโญก็ยิงเต็มเท้าเข้าไปเป็นประตู ถัดมาอีก 5 นาที เจ้าถิ่นก็สามารถตีเสมอได้อย่างทันควันเลย 1-1 ในนาทีที่ 8 เกมได้ดำเนินมาถึงในนาทีที่ 27 ทุกคนปรบมือกระหึ่มทั่วสแตมฟอร์ด บริดจ์  เมื่ออันโตนิโอ คอนเต้ ตัดสินใจ ถอด เทอร์รี่ออก ส่ง เคฮิลล์ ลงมาบัญชาการเกมแนวรับแทน จบครึ่งแรก เชลซีและซันเดอร์แลนด์ 1-1 เกมในครึ่งหลังก็เป็นทางด้านเจ้าถิ่นก็จัดมาอีก4 ประตู จบเกมเชลซีชนะซันเดอร์แลนด์ 5-1 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองเป็นสมัยที่ 6 อย่างยิ่งใหญ่